PURT23's profileART IN PEACEPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ART IN PEACEKnowledge doesn't have to be explainable. |
|
|
|||
|
March 16 สนามเด็กเล่น Prologueอารัมภบท วันจันทร์ ระเบียงเล็กๆมุมหนึ่งของคอนโดมิเนียมชั้น4 เป็นจอรับภาพชั้นดีของสนามเด็กเล่นในโรงเรียนอนุบาลข้างๆ ตึกสองชั้นเล็กๆ ที่ถูกขนาบข้างด้วยคอนโดมิเนียมที่ฉันอยู่ และห้างสรรพสินค้าแบบซุปเปอร์สโตร์ ทุกๆวัน จะมีรถยนต์กว่าร้อยคันแล่นผ่านซอยแคบๆนี้สู่ห้างสรรพสินค้า และจำนวนหนึ่งสู่โรงเรียนอนุบาล จนบางครั้งฉันได้ยินเสียงซีเมนต์เก่าๆร้องครางด้วยความเจ็บปวด และทุกๆวัน รถของผู้ปกครองจะต้องจอดขวางทางเข้าออกคอนโดฯ หน้าแถบซี่กรงที่แผ่พังพอน ขู่ฟ่อๆ "ห้ามจอดรถขวางประตู!" ไร้เสียงแต่ไม่หยุดหย่อน วันนี้ฉันมีเวลานั่งฟังความโกลาหลอยู่ที่ระเบียงเล็กๆของฉัน โดยไม่คิดอยากจะมีส่วนร่วมในปรากฏการณ์ประจำวันนี้เสียเท่าไหร่นัก เหมือนตอนเริ่มเรื่องของ "กรุงเทพฯ น่ารักน่าชัง" ฉันเคยดูไปแล้ว และเริ่มเบื่อหน่ายกับความสมจริงของการแสดงเบื้องหน้า ฉันจะเดินออกจากโรง ผู้คนไม่ทำเช่นนี้หรอก กับการแสดงเป็นพันครั้งของ "The King and I" และละครบรอดเวย์อีกหลายๆเรื่อง ขณะที่อุปรากร จะต้องดูสูงส่งอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถูกรับชมด้วยหัวใจที่แท้จริงอีกต่อไป เช่นเดียวกับการอ้างพระประสงค์ของเทพไดโอนีซุส ในคราวต่อมาที่ชาวกรีกผู้ละทิ้งวิหารและการบูชาจะจัดงานประกวดแทรจิดีขนานใหญ่ ทุกอย่างเกี่ยวข้องกับความเสื่อมคลายและความนิยม ผู้คนสรรหาสิ่งใหม่มาเป็นสีสันบันเทิงของสังคมได้เสมอ และเรียกความบันเทิงครั้งก่อนเก่าว่าสิ่งสูงส่ง จรรโลงใจ ...เราควรเก็บสิ่งเหล่านั้นเข้ากรุเสีย...อนุรักษ์...อย่าเปลี่ยนแปลงหรือทำลายแก่นสาร เพื่อประโยชน์ของประวัติศาสตร์ และคนรุ่นหลังได้รับรู้ความจริง เพียงเพื่อ กรณีเกิดสงครามโลกครั้งที่3 ไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใดนั่นคือสงครามนิวเคลียร์ มนุษย์ผู้รอดและผู้เกิดใหม่ จะได้รับรู้ว่า ครั้งหนึ่งกรุงเทพและมหานครทั่วไป เป็นที่ที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาค่อนวันไปกับการนั่งและยืนโหน เฉยๆ เพื่อรอจุดหมาย (บีบแตร ถอนหายใจบ้าง เพื่อแสดงอารมณ์) ระหว่างนั้นเพียรคิดเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง จนลืมฟังเสียงเรียกร้องของสิ่งของ สัตว์ และแม้แต่คนด้วยกันเอง เหมือนว่า ภาษาที่แตกต่างกันนั้นเป็นดั่งความเงียบกับเสียงที่คนสามารถได้ยินทีเดียว ...เราควรเก็บสิ่งเหล่านั้นเข้ากรุเสีย...อนุรักษ์...อย่าเปลี่ยนแปลงหรือทำลายแก่นสาร เพื่อประโยชน์ของประวัติศาสตร์และคนรุ่นหลังได้รับรู้ความจริง เช่นนี้ ฉันขอให้แท้จริงไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด ละครเรื่องนี้ไม่น่าอภิรมย์พอจะชมหลายๆครั้ง
"น้องเจระวังนะ! นับหนึ่งถึงสิบถ้าเล่นทุกอันไม่ครบ จะโดนจระเข้กิน" ละครเรื่องใหม่... นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันตระหนักได้ว่ามีสนามเด็กเล่นอยู่ในสิ่งที่ฉันเห็นด้วย ฉันไม่ได้สังเกตจนกระทั่งวันนี้ วันจันทร์ วันหลังจากวันสุดสัปดาห์ที่อนุบาลปิดเงียบ วันที่สนามมีเด็กออกมาเล่นกัน "หนึ่ง!" น้องเจลื่นลงมาจากไม้ลื่น "นับช้าๆ... อย่าขี้โกงนะ" "สอง" ปีนตาข่ายอย่างว่องไว "สาม!" ม้าหมุนด้วยมือ เด็กคนนี้รับมือกับเงื่อนไขไร้สาระนี้ได้อย่างสุขุมเหลือเชื่อ เขาเล่นตามเกมของเพื่อน ทั้งๆที่ไม่เห็นจระเข้สักตัว... หรือเขาเห็น? ฉันคิดถึงตอนที่ฉันต้องปีนลอด"รูหนอน" ท่อสีเขียว แดง และฟ้า ที่ยาวคดเคี้ยว เมื่อครั้งอยู่ชั้นประถมศึกษา เพื่อนๆทุกคนลอดผ่านไปได้หมดแล้ว เหลือแต่ฉันในพลาสติกสีขุ่น ที่ทั้งยาว คดเคี้ยว อึดอัดและน่ากลัว "รีบออกมาก่อนที่พัดลมจะเปิดแล้วดูดเธอกลับไปกิน!" เสียงเพื่อนลอดผ่านเข้ามา เหมือนเสียงพระเจ้าที่ลั่นประกาศิตอยู่หลังแผงเมฆ ทันใดนั้น ฉันรู้สึกและฉันเชื่อว่านั่นเป็นความจริงที่สุด ฉันกำลังถูกดูดกลับไปยังจุดเริ่มต้น ฉันรีบหาที่ยึดและพาตัวเองออกมาจนในที่สุดก็สิ้นสุดเส้นทางมรณะที่แสนยาวไกล ฉันเหมือนวีรสตรีที่ได้เผชิญหน้ากับความตาย และรอดมาได้อย่างหวุดหวิด พร้อมเรื่องราวที่จะเล่าให้แม่ฟังในตอนเย็น ฉันยังจำได้ว่าวันนั้นฉันภูมิใจกับตัวเองเพียงใด 14 ปีต่อมา ฉันเกือบจะไม่เชื่อสายตาว่ารูหนอนระหว่างจักรวาลของฉันนั้น ช่างเล็ก และสั้นตรงเสียจนน่าอับอาย ที่สำคัญ ไม่มีพัดลม ที่จะดูดเด็กไปกินได้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน กับน้องเจ และเด็กคนอื่นๆในสนามเด็กเล่นนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถนิยามรวมไว้ในคำว่า "จินตนาการ"ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น คือการคล้อยตามและยึดถือเชื่อมั่นในสิ่งที่ผู้อื่นหยิบยื่นให้ ในฐานะความจริง และปฏิบัติต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอย่างไร้ข้อกังขา เหมือนความเข้าใจขณะฝัน เหมือนคนคลั่งศาสนา เหมือนถูกสะกดจิต เมื่อมนุษย์สามารถยอมรับในสิ่งที่อัศจรรย์เหลือเชื่อได้อย่างสนิทใจ เหมือนเป็นสิ่งธรรมดาทั่วไปในสังคมประจำวัน ข้ออธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ไม่ปรากฏในยุคเรืองปัญญา ในยุครุ่งเรืองของนักปราชญ์มานุษยนิยมชาวตะวันตก เช่นในสมัยกรีก เรอเนซองส์ และคลาสสิก ลัทธิเหตุผลนิยมและประสบการณ์นิยมได้ฝังรากลึกลึกในค่านิยมและระบบการศึกษาจนถึงปัจจุบัน "เหตุผลสามารถทำให้มนุษย์เข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆในสังคมได้" (สุรเดช โชติอุดมพันธ์, 2) และเมื่อเกิดลัทธิล่าอาณานิคมเพื่อสนองต่อพันธะของคนขาวในการส่งมอบสติปัญญาสู่เผ่าพันธุ์อื่น ผลคือ ประเทศตะวันออกได้เข้าโรงเรียนเช่นเดียวกัน และทำให้สิ่งที่ฉันยอมรับในช่วงขณะหนึ่งของวัยเด็ก เมื่อถูกพิจารณาด้วยสมองที่ได้รับการขัดเกลาทั้งด้านเหตุผลและความสามารถในการตรึกตรองจากโรงเรียนและปัจจัยทางสังคมรอบข้างที่ยึดมั่นในค่านิยมนี้แล้ว ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางตรรกศาสตร์ (ของเล่นทุกชิ้นได้รับการทดสอบและยืนยันว่าปลอดภัย และ"รูหนอน" เป็นของเล่นชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น เด็กจะปลอดภัยในการเล่นรูหนอน) และไม่ถือเป็นปรากฏการณ์เสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้น สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นภาพที่มหัศจรรย์อย่างมากสำหรับฉันและบุคคลอื่นๆ ถ้าพัดลม จากที่ใดไม่รู้ จะดูดเอาเด็กไปเป็นอาหาร และจระเข้จะกินน้องเจ ถ้าเขาเล่นเครื่องเล่นไม่ครบทุกเครื่อง ประโยคทั้งหลายที่หลุดออกมาจากปากเด็กๆเหล่านี้ช่างไร้สาระและเกินกว่าจะยอมรับว่าเป็นความจริงได้ ฉันหัวเราะใส่ความเชื่อของตัวเอง แต่มองในสมมติฐานอีกแง่มุมหนึ่งซึ่งค่อนข้างมหัศจรรย์และไร้ทฤษฎีและปราชญ์อ้างอิง นั่นคือ ถ้าในความจริงที่สุด มีโลกอยู่สองโลกในหนึ่งชีวิต กล่าวคือ เมื่อฉันมองความขัดแย้งภายในตัวฉันกรณีนี้ นั่นคือฉันกำลังมองคนสองคนที่มีความตระหนักในความจริงแตกต่างกัน ได้แก่ ฉันในวัยเด็กที่ได้รับการกลั่นกรองทางความคิดจากสังคมแห่งเหตุผลและวิทยาศาสตร์อย่างไม่สมบูรณ์ หรือเพียงส่วนน้อย และฉันในปัจจุบันที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ในภาพยนตร์เรื่อง Baby Geniuses (1999) กล่าวถึง "การข้ามห้วงเวลา" เมื่อเด็กทารกเติบโตเป็นเด็ก (อ้างอิงจากภาพยนตร์ นั่นคือเมื่ออายุประมาณสองปี) การพัฒนาครั้งที่หนึ่ง คือ ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุสองปี กล่าวไว้ว่า เด็กทารกได้นำความลับของธรรมชาติและจักรวาลติดตัวมาสู่โลกมนุษย์ด้วย ซึ่งทำให้เด็กทารกนั้นเป็นผู้หยั่งรู้ในความจริงที่สุดที่นักปราชญ์แห่งมวลมนุษยชาติเฝ้าเสาะหาคำตอบมาแต่โบราณกาล และการพัฒนาครั้งที่สอง คือ เริ่มจากศูนย์อีกครั้งเมื่อข้ามห้วงเวลามา จนถึงสิ้นอายุขัย โดยในครั้งนี้มนุษย์จะได้รับอิทธิพลจากการเลี้ยงดู และการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ซึ่งคือการเรียนรู้บนพื้นฐานของความเชื่อในลัทธิเหตุผลนิยมและประสบการณ์นิยม ในกรณีของ Baby Geniuses ตัวละครผู้ใหญ่ทั่วไปไม่ได้ตระหนักถึงความหยั่งรู้ขั้นสูงของทารกเหล่านี้ พวกเขา เช่นเดียวกับฉันที่กำลังมองน้องเจและเพื่อนๆเอาชีวิตรอดจากจระเข้ล่องหน เชื่อว่านั้นคือพฤติกรรมแบบเด็กๆ ไม่เป็นประสบการณ์ ไม่มีคุณค่าในตัวเอง คำนวณหาแก่นสารไม่ได้ และไม่เป็นองค์ความรู้ และในกรณีของสังคม นี่เป็นการกระตุ้นให้เกิดความพยายามสร้างสรรค์สถาบันทางสังคมเพื่อการขัดเกลาทางขนบและค่านิยม เปลี่ยนแปลงและสังเขปความหยั่งรู้ที่กระจัดกระจายเหล่านี้ สถาบันการศึกษา ขณะที่ในห้องเรียน คุณครูพยายามหยิบยืนความตระหนักในสถาบันนี้ในฐานะสรณะแห่งปัญญาที่สะสมมาของมวลมนุษยชาติ ในสนามเด็กเล่น เด็กๆยังคงประเพณีดั้งเดิมของตน ในโลกดั้งเดิมที่ยังพอหลงเหลืออยู่ แต่อีกไม่นาน พวกเขาจะเลิกเล่นที่สนามเด็กเล่นไป เด็กชายหญิงวัย7-8ปีหลายคน ที่นั่งอยู่ในอินเตอร์เนต คาเฟ่ฝั่งตรงข้าม เล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่มีทั้งภาพจระเข้ พัดลมมรณะ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ผู้ใหญ่เช่นเราก็สามารถมองเห็นได้ ด้วยมุมมองของสังคมหลักที่นำทางเราในทุกด้าน
ฉันลากเก้าอี้มานั่งมองสนามเด็กเล่น พื้นที่ของฉันในอดีต พื้นที่ที่มีสรรพสิ่งที่ฉันมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน และไม่สามารถสัมผัสและรู้สึกได้อีกต่อไป ความแตกต่างของจระเข้ในคอมพิวเตอร์ กับจระเข้ในสนามเด็กเล่น คือพวกมันอยู่ในคนละพื้นที่ ถูกมองดูโดยคนต่างกลุ่มกัน และรับรู้และโต้ตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน ในอดีต ฉันได้ลิ้มรสความจริงที่แสนมหัศจรรย์ในสนามเด็กเล่น แต่ความหยั่งรู้นั้นได้สูญหายไปจากตัวฉันเมื่อฉันเริ่มยอมรับกฏเกณฑ์ของสังคมที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน เริ่มศึกษา ท่องจำ และเข้าใจกฏเกณฑ์ของวิทยาศาสตร์ ปรัชญาและตรรกะแบบตะวันตก "เก้า!... สิบ!" และต่อไปนี้คือ การกลับไปสู่ตัวตนในอดีต กลับไปดูละคร นอกห้องเรียน ในสนามเด็กเล่น ละครที่ความมหัศจรรย์เกิดขึ้นเพราะ พื้นที่ กาลเวลา สถานะ และ"ปัญญา" ที่แปรเปลี่ยนไป "น้องเจโดนจระเข้กินแล้ว เอ้า! น้องอ๋อมแอ๋มเป็นคนต่อไป..."
September 22 PURT DIZ...When you're on the stage,
you're half-way weaker than who
you usually are,
while the audiences
expect you
to be half-way
stronger
than
usual.
September 02 AyeshaMY EMPIRE IS OF THE IMAGINATION.
Once a life time mayhap I do as I have done but now
& slay a score by torture.
Believe not that I would be cruel,
or take vengeance on anything so low.
What can it profit me to be avenged on such as these?
Those who live long have no passion,
save where they have interests.
(SHE, 148)
August 27 Triumph of Guernica (Partial)สุภาพสตรีและเด็กมีขุมทรัพย์เดียวกัน
แห่งใบไม้สีเขียว แห่งฤดูใบไม่ผลิ และน้ำนมอันบริสุทธิ์
และกาลเวลา
ในดวงตาของพวกเขา
สุภาพสตรีและเด็กมีดอกกุหลาบสีแดงเหมือนกัน
ในดวงตาของพวกเขา
แต่ละคน
เลือดอาบ...
-Paul Eluard |
|||||
|
|